Category: ออมเงิน

การออมเงินนั้นจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องอาศัยใจที่เข็มแข็ง การออมเงินนั้นต้องอาศัยระยะเวลาและต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุเยอะทำให้อดใจไม่ไหวนำเงินที่ออมมาทั้งหมดไปซื้อสิ่งของเหล่านั้น จึงต้องมีการกระตุ้นเป้าหมายให้อยากออมเงิน เพื่อเอาไปทำอะไรสักอย่าง วันนี้เราก็มีวิธีเด็ดๆ ในการออมเงินมาฝากกันด้วยล่ะ 1. ฝากเงินอัตโนมัติทุกเดือน เริ่มจากทำบัญชีออมเงินแยกออกจากบัญชีเงินเดิน จะได้ไม่ปะปนกันมั่วซั่ว โดยบัญชีออมเงินอาจทำในรูปแบบฝากประจำ กองทุนรวม ออมหุ้นหรือออมทองเป็นต้น โดยที่คุณจะต้องฝากอย่างสม่ำเสมอวิธีง่ายๆ คือ ตัดเงินจากบัญชีเงินเดือนอัตโนมัติในจำนวนเงินที่ไม่กระทบกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 2. หยอดกระปุกออมสิน เป็นวิธีสุดเบสิกสำหรับคนที่ใจแข็งแรงไม่ถูกสิ่งเร้าชักจูงโดยง่าย เพราะว่าการหยอดกระปุกนั้นเสี่ยงต่อการแคะมาใช้ได้สูงมาก แต่ก็เป็นวิธีที่สนุก เพราะมีหลากหลายรูปแบบในการออมเงินผ่านกระปุก ไม่ว่าจะเป็นเก็บเงินตามวัน, เก็บแต่แบงก์ที่มีเลขสวย, เก็บเศษเหรียญเงินทอน, เก็บแต่เหรียญพิเศษ และอีกหลายวิธีที่เพิ่มความสนุกให้กับการออมเงิน อีกทั้งการหยอดกระปุกออมสินนั้นเป็นการลุ้นมากว่าฝากแบบอื่นด้วย เพราะจะไม่มีทางรู้จำนวนเต็มว่าเก็บออมไปเท่าไหร่แล้ว เมื่อครบกำหนดที่ตั้งไว้ เช่นเก็บครบปีแล้วนำออกมานับ คุณจะมีความสุขมากเมื่อเห็นว่ามีเงินเยอะกว่าที่คาดคิดเอาไว้

ปัจจุบันการออมเงินเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะการมีเงินก้อนไว้ใช้ยามจำเป็นนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำ เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเมื่อไหร่จะป่วยหรืออาจมีเหตุไม่คาดฝันที่ต้องใช้เงิน ก็สามารถนำเงินออมส่วนนี้มาใช้ได้ แต่ก็เช่นกันปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุมากเหลือเกินทำให้ในแต่ละเดือนแทบไม่เหลือเก็บ ใครกำลังประสบปัญหาการออมเงินล่ะก็ วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากกันด้วย 1. ไม่ประมาทใช้จ่าย แต่หลายคนมักจะประมาท คิดแค่วันนี้พรุ่งนี้เอาไว้ก่อน ดังนั้นจึงใช้จ่ายเงินอย่างไม่ระมัดระวัง จึงไม่มีเหลือเก็บ หมดเงินไปกับบรรดาของจุกจิกต่างๆ ที่บ้างครั้งก็ไม่จำเป็นเลยนักนิด ยิ่งโดนโปรโมชั่นหลอกล่อด้วยแล้ว แทบจะไม่คิดหน้าคิดหลัง ตรงดิ่งเข้าไปซื้อโดยที่ไม่เอะใจเลยว่า ของเหล่านั้นยังมีอยู่เยอะหรือไม่ บางคนเห็นว่าไม่แพง ซื้อสักหน่อยคงไม่เป็นไร แต่พอนำมารวมกันหลายๆ ชิ้นแล้วก็หลายตังอยู่เหมือนกัน ดังนั้นไม่ควรประมาทในการใช้จ่าย ควรลิสต์รายการที่จะซื้อและซื้อเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ ก็พอ 2. ช้อปช่วง Sale ช่วยชีวิต สำหรับใครที่เลือกช้อปไม่ได้จริงๆ ไม่ได้ซื้อเหมือนจะขาดใจ แนะนำให้ช้อปในช่วง sale ช่วยชาติ เพราะของเซลล์ทั้งหลายทั้งแหลนั้นจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคุณได้ แทนที่จะซื้อราคาเต็ม ก็ลดลงมาอีกตั้งหลายเปอร์เซ็นต์ นำเงินส่วนนั้นมาเก็บออมไว้ได้อีกด้วย…

แต่ละคนนั้นมีภาระค่าใช้จ่ายต่างกันไป ซึ่งบางคนหนี้เยอะ บางคนชอบช้อปปิ้ง บางคนก็ชอบทาน ทำให้ในแต่ละเดือนนั้นเงินไม่ค่อยพอใช้จนไม่มีให้เหลือเก็บ ใครที่มีปัญหาเรื่องการบริหารเงินล่ะก็ วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากกันด้วย น่าจะช่วยให้การเงินของคุณดีขึ้นได้ 1. ใช้ชีวิตตามมาตรฐานเดิม เพราะคำว่า ‘ของมันต้องมี’ ทำให้หลายคนใช้จ่ายเกินตัว จริงๆ แล้วไม่ต้องมีทุกอย่างที่อยากได้ก็ได้ เน้นเฉพาะซื้อของที่จำเป็น ลองย้อนกลับไปดูสิว่า ชีวิตมาตรฐานเดิมๆ ของคุณเป็นอย่างไร อะไรไม่มีแล้วยังอยู่ได้บ้าง ก็ให้ใช้จ่ายแต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้การเงินกลับมาเป็นปกติ และยังมีเงินเหลือเก็บอีกด้วย 2. ลดมาตรฐานการใช้ชีวิตลง สำหรับบางคนที่หลงไปในสิ่งของต่างๆ อยากได้อยากมีจนเงินที่มีไม่บาลานซ์กับเงินที่เสียไป หากไม่อยากให้ชีวิตอยู่ยาก ก็ควรลดมาตรฐานการใช้ชีวิตลง อาจจะลดการซื้อของที่ไม่จำเป็น หรือหากพักอาศัยในพื้นที่ที่ค่าเช่าแพง ก็ลองหาพื้นที่อื่นที่สะดวกแต่ราคาย่อมเยากว่าก็จะช่วยได้ 3. ขายรถหรือย้ายไปอยู่ใกล้ที่ทำงาน สำหรับคนที่มีรถ และไม่ค่อยได้ใช้นั้นก็ลองตัดสินใจขายและไปอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานแทน ซึ่งเป็นการประหยัดเงินและประหยัดการเดินทางได้ สามารถนำเงินค่าบำรุงรถ…

เคล็ดลับการประหยัดนั้นมีมากมายเหลือเกิน แต่เชื่อว่าคงมีไม่กี่วิธีทำนั้นที่สามารถตัดใจทำได้จริงๆ เพราะการประหยัดเงินนั้นยากพอๆ กับการห้ามใจไม่ให้กินของอร่อย แต่หากว่ายังไม่เริ่มเก็บวันนี้ก็จะผลัดไปเรื่อยๆ ไม่ได้เก็บสักที ดังนั้นลองเปลี่ยนตัวเองมาเป็นคนชอบออมเงินกันดีกว่า ยิ่งคนที่มีหนี้มีสินด้วยแล้ว ควรค่าแก่การประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นอย่างยิ่ง 1. เคลียร์หนี้บัตรเครดิตให้หมดก่อน ก่อนอื่นเลย หากอยากให้สภาพการเงินกลับมาเป็นปกติ ควรเคลียร์หนี้สินก่อนอย่าปล่อยให้เรื้อรัง ให้เริ่มประหยัดเงินเพื่อนำส่วนต่างที่เหลือมาชำระหนี้บัตรให้หมดก่อน เพราะว่าดอกเบี้ยของบัตรพวกนี้ในแต่ละปีค่อนข้างสูง ยิ่งจ่ายแต่ขั้นต่ำยิ่งทำให้หนี้พอกพูนเคลียร์ไม่หวาดไม่ไหว 2. ใช้รถสาธารณะบ้างก็ได้ สำหรับคนมีรถของตัวเองช่วงที่ประหยัดเงินควรพักจอดรถไว้ที่บ้าน แล้วหันมานั่งรถสาธารณะแทน หากว่าบ้านกับที่ทำงานไม่ได้ไกลกันมากนัก หรือที่พักอาศัยอยู่ในแนวรถไฟฟ้า ก็ไม่ควรขับรถออกมา นอกจากเป็นการสร้างภาระให้ท้องถนนแล้วยังเป็นการสิ้นเปลืองเงินในการเติมน้ำมันอีกด้วย 3. แอบส่องมาตรวัดน้ำและมาตรไฟฟ้าทุกวัน จริงๆ แล้วการเช็คสาธารณูปโภคก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เพราะจะทำให้รู้ว่าในแต่ละวันเราใช้น้ำใช้ไฟไปเยอะมากแค่ไหน การเช็คเป็นประจำจะทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ด้วย ทำให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้

Back to top