Category: การเงินวันนี้

สิ้นเดือนที่ไรเหมือนใกล้สิ้นใจทุกที่ เพราะเงินที่เหลือนั้นช่างน้อยนิดอยากจะกินอะไรดีๆ ก็ไม่ได้ บางคนยิ่งแล้วใหญ่เงินเดือนออกปุ๊บใช้จ่ายปั๊บ ตกกลางเดือนแทบจะไม่เหลือใช้แล้ว ดังนั้นลองมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินกันสักนิด หาวิธีประหยัดได้ง่ายๆ ด้วยเคล็ดลับที่เราเอามานำเสนอในวันนี้ 1.สร้างสรรค์เมนูประหยัดด้วยการทำกับข้าวเอง ในทุกต้นเดือนของให้ซื้อของสด ของแห้งเอามาแช่ไว้ในตู้เย็นบ้าง แม้จะอยู่คนเดียวแต่การทำกับข้าวเองก็ถือว่าประหยัดกว่าเยอะ ทำมื้อเดียวอาจกินได้หลายมื้อ อย่างน้อยๆ ก็สองมื้อขึ้นไป หอบเอาไปกินที่ทำงานได้ด้วยประหยัดไปอีก ในช่วงใกล้สิ้นเดือนแบบนี้ ค้นของสด ของแห้งในตู้เย็นออกมาสร้างเมนูแปลกใหม่ มิกซ์แอนด์แมตต์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ก็เกิดเป็นเมนูใหม่ที่อิ่มท้องไปอีกมื้อได้เช่นกัน 2. ทำบัญชี หรือทำบันทึกรายการใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้รู้ว่าเงินที่ต้องใช้กินนั้นต้องเหลือไว้ประมารเท่าไหร่ ก็จะทำให้มีเงินกินไปตลอดทั้งเดือนแบบไม่เดือดร้อน ซึ่งขอให้นับแต่รายการอาหารที่จำเป็นเท่านั้น จำพวกของหวาน ชานมอะไรต่างๆ งดได้ควรงด เน้นแต่มื้ออาหารและน้ำเปล่า ก็จะช่วยประหยัดเงินให้ใช้ไปถึงสิ้นเดือนได้ 3. รอซื้ออาหารช่วงลดราคา ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไปในห้าง มักจะมีการลดราคาอาหารและของสดในช่วงดึกที่ห้างใกล้จะปิด หากรอซื้อตอนนั้นก็จะได้ของถูกกลับบ้าน เหมาะกับพนักงานออฟฟิศในช่วงสิ้นเดือนเป็นที่สุด หากบ้านใครอยู่ใกล้ห้างล่ะก็ ช่วงที่ห้างใกล้จะปิดลองแวะเวียนไปแถวๆ…

สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว ต่างก็อยากให้ลูกได้เรียนที่ดีๆ ต้องการเลี้ยงดูให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีซึ่งก็จำเป็นต้องใช้เงินเยอะเลยทีเดียว ทั้งค่าเทอม ค่าอุปกรณ์ ค่าเรียนพิเศษและค่าอื่นๆ ที่ส่งเสริมศักยภาพของลูกรัก บางครอบครัวอยากจะซัพพอร์ตตรงนี้เต็มที่แต่เงินที่มีก็ไม่ค่อยจะพอ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีออมเงินแม้จะต้องส่งลูกเรียนมาฝากกัน เริ่มทำตอนนี้ยังไม่สายหากอย่างสบายมีสถานะการเงินที่แข็งแรง 1.ให้ลูกสอบชิงทุน เดี๋ยวนี้มีหลากหลายสถาบันที่เปิดให้สอบชิงทุนการศึกษาทั้งในและนอกประเทศ ดังนั้นควรปูพื้นฐานให้ลูกตั้งแต่เนิ่นๆ ในด้านทักษะต่างๆ โดยเฉพาะภาษาที่สามารถนำไปต่อยอดได้ การสอบชิงทุนเป็นอีกช่องทางในการลดค่าใช้จ่ายในด้านการศึกษาได้มากทีเดียว 2.ใช้วิธีออมเงินระยะสั้น หากว่าเป็นครอบครัวที่มีภาระเยอะ แต่รายได้ไม่ได้มากมายอะไรนัก การออมเงินระยะสั้นเป็นทางออกที่ดี ลองเก็บเงินค่าใช้จ่ายสำหรับลูก ไม่ว่าจะเป็นค่าอุปกรณ์ในการเรียน ค่าเรียนพิเศษ ค่าเทอมให้เก็บไว้ล่วงหน้าหนึ่งภาคเรียนการศึกษา เพื่อเอาไว้จ่ายในอนาคต ส่วนค่าขนมให้สร้างนิสัยการเก็บออมของลูกด้วยการให้เงินเป็นรายอาทิตย์หรือรายเดือนก็ได้ กะเกณฑ์ให้พอเหมาะ เป็นการสร้างนิสัยเก็บออมไปในตัว 3.เก็บเงินระยะกลางเพื่อการศึกษาโดยเฉพาะ เป็นอีกช่องทางการเก็บเงินสำหรับการออมเงินแบบ LTF ซึ่งจะสามารถขายได้เมื่อเก็บครบ 5 ปีไปแล้ว ถือเป็นการเก็บเงินระยะยาวที่ไม่นานเกินไปและไม่สั้นเกินไป แถมได้เงินมาเป็นก้อนเอาไว้เพื่อเป็นค่าทุนการศึกษาของลูก แนะนำให้ซื้อไม่ได้ 15% เพราะจะได้ไม่เกินสิทธิประโยชน์ด้านภาษี

ในโลกนี้เชื่อเถอะว่าไม่มีใครอยากจะเป็นหนี้หรอก เพราะทกคนล้วนแล้วแต่อยากได้อิสรภาพทางการเงิน ไม่ต้องมาเครียดหาเงิน หมุนเงินใช้หนี้จนแทบไม่พอกิน วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการเคลียร์หนี้อย่างได้ผลมาฝากกันด้วย มีวิธีไหนบ้างนั้นมาดูกันเลย 1.ไม่สร้างหนี้เพิ่ม การกู้สินเชื่ออีกที่มาเคลียร์กับอีกที่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ เพราะจะทำให้คุณวนเวียนกับการเป็นหนี้ไม่รู้จบ ก่อนอื่นเลยให้รวมหนี้สินทั้งหมดที่มี แล้วดูว่าหนี้เจ้าไหนดอกเบี้ยสูงสุด ก็ให้เคลียร์อันนั้นเป็นอันดับแรก แล้วที่เหลือก็จ่ายขั้นต่ำไปตามปกติ สำหรับหนี้นอกระบบให้เคลียร์เงินก้อนแรกเพราะว่ามีดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่ออื่นๆ ที่ถูกกฎหมาย 2.จดบันทึกรายรับรายจ่าย การจดบันทึกรายรับรายจ่ายจะทำให้รู้ยอดที่เหลือและยอดที่ต้องจ่าย ช่วยให้บริหารเงินได้ง่ายขึ้น จะได้รู้ว่าจ่ายอะไรไปบ้าง อะไรที่ปรับลดได้ อะไรที่ไม่จำเป็นก็ตัดออกไปบ้าง โดยเฉพาะช่วงที่เป็นหนี้ เอาเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นพอ เรื่องอาหารการกินถ้าประหยัดได้ก็ควรประหยัด งานสังสรรค์ต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายเยอะก็ควรเลี่ยงซะ 3.หาได้รายเสริม หากเป็นหนี้เยอะ ก็ควรหาทางออกด้วยการหารายได้เสริมเท่าที่พอจะมีกำลังทำได้ หรือหากมีทักษะเช่น เรื่องภาษา หรือเรื่องเฉพาะทางก็ลองหางานสอนพิเศษคิดเป็นรายชั่วโมงดู หรือหากมีความสามารถเรื่องการขาย ก็ลองรับของมาขายทางอินเตอร์เน็ต แต่หากว่ามีสินค้าที่เป็นทรัพย์สินอยู่แล้วเช่นกระเป๋าแบรนด์เนม รองเท้าแบรนด์เนม ก็ลองเอามาขายมือ2 เพื่อเอามาเป็นรายได้ก่อน

คนออฟฟิศอย่างเราๆ ที่มีรายได้ตายตัวนั้นอย่าเพิ่งหมดกำลังใจในการเก็บเงิน แม้ว่าในแต่ละเดือนจะมีสินค้าออกใหม่ มาล่อตาล่อใจอยู่เสมอ แต่หากยังติดอยู่ในวังวนต้องได้ต้องมี โดยไม่คำนึงถึงรายได้ของตัวเองล่ะก็ ชาตินี้ก็ไม่มีวันรวยได้ คงได้แต่หาเช้ากินค่ำไปวันๆ แต่หากใครที่อยากจะรวยล่ะก็ มากองรวมกันตรงนี้เลย เพราะเรามีเทคนิคดีๆ มานำเสนอในการบริหารเงินของชาวออฟฟิศ ที่หากเก็บออมเป็นก็มีสิทธิ์รวยได้เช่นกัน 1.เก็บก่อนค่อยใช้ทีหลัง เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ทำได้ยาก ต้องใช้กำลังใจในการเก็บออมสูงมาก ให้กันเงินออกมาจากเงินเดือน 50% แล้วเก็บออมไว้ ทำแบบนี้ทุกเดือน ให้เปิดบัญชีใหม่เอาไว้เก็บเงินออมโดยเฉพาะ หากเป็นคนที่ใจอ่อนง่าย แนะนำไม่ต้องทำบัตรเอทีเอ็มเอาไว้ จะใช้เมื่อไหร่ค่อยไปถอนที่ธนาคาร ความยุ่งยากในการฝากถอนนี้เองจะทำให้ลดความอยากให้การออกไปถอนเงิน 2.ตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง เอาชนะความอยากให้ได้ แม้ว่าสิ่งของต่างๆ ที่ขยันออกใหม่กันทุเดือน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเอย เสื้อผ้าเอย รองเท้าเอยที่ล่อตาล่อใจให้อยากจะเข้าไปซื้อ แต่ก็ต้องเอาชนะมันไปให้ได้ ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองเอาไว้ก่อน หากงดซื้องดช้อปจะมีเงินเหลือเท่านั้นเท่านี้ เพื่อเอาไว้ทำสิ่งที่ใหญ่กว่าหรือซื้อสินค้าที่มีชิ้นใหญ่กว่า หากคิดเช่นนี้ก็จะสามารถระงับความอยากเอาไว้ได้ 3. เงินโบนัสคือนิพพาน…

เรื่องอาหารการกินใครๆ ก็รู้ว่าสำคัญ เดี๋ยวนี้มีของอร่อยๆ รอให้ลิ้มชิมรสอีกเพียง ซึ่งบางคนก็ไม่รู้ตัวเลยว่าของอร่อยที่กินเข้าไปนั้นคิดรวมกันก็เป็นเงินเกือบหมื่นเลยทีเดียว จริงๆ แล้วนั้นคนเรากินเพื่ออยู่ โภชนาการอาหารครบถ้วนเป็นใช้ได้ หากลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการกินได้ล่ะก็ จะมีเงินเหลือเก็บอีกอื้อเลยล่ะ เอาไว้โอกาสพิเศษๆ ค่อยไปกินมื้อหนักๆ หรือมื้อที่ราคาแพงๆ ส่วนมื้อปกติที่กินทุกวันเราสามารถประหยัดลงอีกได้ วันนี้เราก็มี 3 เคล็ดลับดีๆ ในการประหยัดเงินค่ากินมาฝากกันสำหรับครอบครัวยุคใหม่ 1.ลองเป็นพ่อครัวแม่ครัวกันบ้างก็ดี เชื่อว่าปัจจุบันหลายบ้านเลยที่ฝากท้องไว้กับแกงถุงบ้าง อาหารตามสั่งบ้าง เพราะว่าสะดวกแยกกันกินได้ เพราะด้วยภาระหน้าที่หลายๆ อย่างทำให้หลายบ้านไม่ได้กินข้าวพร้อมกัน ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช้เหตุและสร้างความห่างเหินระหว่างครอบครัวอีกด้วย ลองแปลงร่างมาเป็นเชฟทำอาหารกินเองดีกว่า หากไม่ค่อยสะดวกก็เลือกมื้อเช้าหรือมื้อเย็นก็ได้ ทำกับข้าว หุงข้าวทานเอง ได้โภชนาการครบถ้วนแถมประหยัดกว่าซื้อกินอีกต่างหาก 2. เตรียมอาหารไปกินเอง ต่อยอดจากการทำอาหารกินเอง หากมื้อเย็นกับข้าวที่ทำเหลือก็ไม่ต้องทิ้ง เอาใส่ตู้เย็นแล้วนำมาอุ่นกินตอนเช้าพกไปทำงานได้ด้วย ประหยัดไปอีก หรือหากทำกับข้าวตอนเช้าก็สามารถใส่กล่องไปกินที่ทำงานได้ด้วย อรอ่ยถูกปากและถูกโภชนาการปลอดภัยกว่าซื้อกินเยอะเลย การซื้อวัตถุดิบมาตุนไว้เป็นรายอาทิตย์และทำกินเองนั้น ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องค่ากินได้มากอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว…

เพราะการช้อปปิ้งเป็นการคลายเครียดในรูปแบบใหม่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ใครๆ ต่างก็อยากช้อปอยากซื้อ อันนั้นก็สวย อันนี้ก็ต้องมี อันโน้นก็ขาดไม่ได้ ไปๆ มาๆ เงินในกระเป๋าหมดไปอย่างไม่รู้ตัว บางคนเงินเดือนออกแค่วันแรกกระเป๋าก็แหกซะแล้ว จะให้งดซื้อก็ทำใจไม่ได้จริงๆ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีช้อปปิ้งแบบประหยัดเงินมาฝากกัน #ข้อแรก จัดลำดับว่าอะไรจำเป็นที่สุด เพราะว่าแต่ละคนนั้นมีความจำเป็นไม่เหมือนกัน ดังนั้นให้จัดลำดับความสำคัญก่อน ซื้อแต่ของที่จำเป็นต้องใช้ในลำดับแรกๆ ให้ลิสต์สิ่งที่สำคัญอย่างเช่นของใช้ประจำวัน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ก่อน ดูว่าเมื่อลิสต์แล้วเงินเหลือใช้จ่ายสิ่งฟุ่มเฟือยได้เท่าไหร่ การลิสต์ลำดับจะทำให้รู้ว่าอะไรควรซื้อก่อนซื้อหลัง หมดปัญหาเงินไม่พอใช้ ซึ่งบางครั้งหาว่าเดือนไหนเงินเหลือน้อยจริงๆ ก็ใช้ลดสเปกของใช้บางอย่างลงเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้มากขึ้น อาจจะซื้อของที่มีคุณภาพพอๆ กันแต่ราคาถูกกว่า อย่าไปยึดติดกับแบรนด์มากนัก #ข้อสอง คือ ออมเงินก่อนช้อปปิ้ง หากอยากช้อปอย่างสบายใจไร้กังวล ไม่ต้องกลัวกระเป๋าแหก แนะนำให้เก็บเงินออมเอาไว้ก่อน อย่างเช่นหักไปเพื่อเป็นเงินออม 10% ของเงินเดือน ทำแบบนี้ทุกเดือนนอกจากมีเงินช้อปแล้วยังทำให้มีเงินเก็บอีกด้วย…

เดี๋ยวนี้สาวๆ เก่งไม่แพ้ผู้ชายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ชีวิตหรือเรื่องการทำงาน ซึ่งบางคนนั้นทำงานเก่งกว่าผู้ชายซะอีก จนทำให้บางทีไม่ต้องมีผู้ชายก็อยู่ได้แบบไม่แคร์ แต่ทว่าเวลาไม่เคยหยุดเดิน ดังนั้นเราจึงอายุมากขึ้นทุกวันๆ คนสวยๆ แบบเราจึงต้องมีการวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้า ซึ่งการวางแผนเรื่องการเงินนอกจากการอดออมแล้ว ยังมีเรื่องการลงทุน ที่สามารถทำเงินให้ในระยะยาวได้ ลองมาดูกันว่าเราควรลงทุนประเภทไหนบ้างที่จะทำให้อยู่ได้สวยๆ เก๋ๆ แม้วันเกษียณก็ไม่เดือดร้อน 1.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก่อนหน้านี้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นแบ่งออกเป็น 2 นโยบาย 2กองทุน ซึ่งจะผสมสัดส่วนกันวุ่นวายมากในกรจัดการ ซึ่งแต่ละกองทุนก็มีเงื่อนไขเป็นของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน จึงเกิดปัญหายุ่งยากตามมา ภายหลังเลยพัฒนามาเป็น Master Fund เพื่อง่ายต่อการจัดการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นมีหลายนโยบาย สามารถเลือกได้ตามใจชอบโดยจะมีการเก็บข้อมูลแยกสินทรัพย์ที่ลงทุนไว้เป็นรายบุคคล ซึ่งสามารถกำหนดการลงทุนได้ด้วยตัวเองว่าอยากลงหุ้นกี่ % หรือลงตราสารหนี้กี่ % หรือการลงทุนในประเภทอื่นๆ ที่กำหนดก็สามารถลงได้ด้วยตัวเอง โดยหาข้อมูลดูว่าตนเองจะได้รับเงินจากกองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุน LTF RMF…

พนักงานเงินเดือนอย่างเราๆ หาเช้ากินค่ำหวังอยากจะรวยมีเงินเก็บนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย หากตั้งใจมีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งการเก็บออมเงินเป็นการทำให้รวยได้แบบยั่งยืนด้วยแต่ต้องอาศัยเวลาและความอดทนสักหน่อย ข้อดีของการออมเงินนั้นมีมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นการมีเงินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน หรือมีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณเมื่อทำงานไม่ไหว ก็ไม่เดือดร้อนใครเพราะมีเงินเก็บ ดังนั้นลองมาตั้งเป้าการออมเงินกันดีกว่า เคล็ดลับที่ 1 ตั้งโหมดการออมอัตโนมัติ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ ให้ตัดใจหักดิบด้วยการหักเงินเข้าบัญชีเงินออมอัตโนมัติ ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้คุณใช้จ่ายอย่างประหยัดมากขึ้น ระมัดระวังการจับจ่ายมากขึ้นด้วย เพียงแค่ตั้งค่าให้โอนเงินจากบัญชีเงินเดือน เข้าบัญชีเงินฝากอัตโนมัติทุกเดือนตามที่ตั้งเอาไว้ ข้อควรระวังคืออย่าตั้งจำนวนเงินมากเกินไป เพราะจะทำให้ใช้จ่ายไม่พอ ให้ตั้งเอาไว้ 10% ของเงินเดือนจะดีที่สุด เพราะจะไม่กดดันการใช้ชีวิตจนเกินไป เคล็ดลับที่ 2 วางแผนการกิน จริงๆ แล้วเรื่องการกินนี่แหละ ทำให้หลายคนใช้เงินไม่ถึงเดือนมาหลายคนแล้ว อาจมองเป็นเรื่องเล็กๆ แต่จริงๆ ไม่เล็กเลย ลองคิดดูสิว่าหากออกไปสังสรรค์ทุกวัน สักครึ่งเดือน เงินจะเหลือใช้เท่าไหร่ ดังนั้นควรวางแผนเรื่องการกิน ตัดสิ่งที่ฟุ่มเฟือยออกไป หากทำกับข้าวทานเองจะดีมากเพราะจะคุมค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด การทำอาหารเองไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย…

เมื่อเลือกวิถีที่จะเป็นสาวโสดแล้วล่ะก็ สิ่งสำคัญที่ต้องมีคือเงิน!! เพราะนอกจากเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินแล้ว ในยามบั้นปลายชีวิตก็จำเป็นต้องใช้เงินเช่นกัน แก่ตัวไปทำงานไม่ไหวใครจะเลี้ยงดูจริงไหม ดังนั้นจึงต้องเริ่มออมเงินตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อเอาไว้ใช้ยามจำเป็น ซึ่งการออมเงินในปัจจุบันก็มีหลายแบบ ทั้งออมเงินแบบฝากประจำ ออมเงินกองทุน ออมเงินหุ้นต่างๆ ดังนั้นลองมาดูสิว่า เราจะออมเงินแบบสาวโสดได้อย่างไรบ้าง 1.หลังเกษียณไม่มีเงินออมลำบากแย่เลย สาวโสดที่ไม่มีเงินออมเลยนั้นในอนาคตจะใช้ชีวิตลำบาก โดยเฉพาะช่วงหลังวัยเกษียณ เพราะไม่มีเงินในการเลี้ยงดูตัวเอง บางคนไม่มีลูกไม่มีหลานด้วย ยิ่งทำให้ชีวิตอยู่ยากขึ้น ยามป่วยไข้ก็จะไม่มีเงินรักษาเพราะไม่มีหลักประกันในเรื่องของเงินออม ดังนั้นควรเริ่มทำเสียตั้งแต่วันนี้ การออมเงินไม่ใช่เรื่องยากหากตั้งใจอยากจะเก็บจริงๆ คิดซะว่าอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลง สิ่งของนั้นไม่ยั่งยืนเท่ากับเงินทองในอนาคต เริ่มง่ายๆ ด้วยการแบ่งเงินออมออกจากเงินเดือนสัก 10-20% ทุกเดือน พอครบปีก็จะได้เงินก้อน จะทำให้มีกำลังใจในการเก็บเงินมากขึ้น 2.การเก็บเงินเพื่อการลงทุนไว้ใช้ยามเกษียณ สำหรับสาวๆ ที่มีทุนมากหน่อย จะออมเงินแบบการลงทุนก็เป็นตัวเลือกที่ดี ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนตราสารหนี้ต่างๆ ขึ้นอยู่กับความชอบ สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นจะมีการหักเงินจากบัญชีเงินเดือนของคุณทุกเดือน เพื่อเก็บสะสมไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ…

เรื่องเงินๆ ทองๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนนั้น เป็นอะไรที่ต้องบริหารให้ดีๆ บางคนไม่เคยวางแผนเลย จนการเงินเลอะเทะจะมาจัดการทีหลังก็ยุ่งยาก อีรุงตุงนังไปหมดกว่าจะแก้หมดก็ผ่านไปหลายปี จนกว่าจะมีเงินเก็บได้ก็ปากเข้าไปสามสิบแล้ว หากใครไม่อยากให้การเงินวุ่นวายล่ะก็ วันนี้เรามีเคล็ดลับขั้นตอนการใช้จ่ายเงินแบบที่เหมาะสมกับมนุษย์เงินเดือนมาฝากกัน 3 ขั้นตอนจัดการค่าใช้จ่าย ที่มนุษย์เงินเดือนต้องอ่าน 1.ตัวอย่างเช่นหากอยู่คนเดียวรับผิดชอบแค่ตัวคนเดียว ให้กำหนดค่าใช้จ่ายประจำวันเอาไว้แบบตายตัว มีรถหรือไม่ ถ้ามีค่าแก๊สหรือน้ำมันที่ต้องเติมวันละกี่บาท หรือหากขึ้นรถโดยสารค่ารถไปกลับวันละกี่บาท ค่ากินวันละกี่บาท เช่นหากไม่มีรถ แต่ขึ้นบีทีเอสทุกวัน เที่ยวละ 40 บาท ค่ากิน 2 มื้อ 100 บาท เท่ากับว่าหนึ่งวันใช้เงินไป 140 บาท เดือนนึงก็จะประมาณ 4200 บาท ดังนั้นให้หักเงินเอาไว้ 4200 บาท เอาไว้ต่างหาก 2.แบ่งเป็น…

เหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลังนี้ เชื่อว่าหลายคนไม่อยากประสบพบเจอเพราะมันเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงิน หาได้เท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ในแต่ละเดือนสักที ซึ่งกลายเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว เพราะแต่ละครอบครัวนั้นมีรายจ่ายที่สูงขึ้น แต่บางคนรายได้ยังเท่าเดิมอยู่ และยิ่งเป็นคนที่ไม่ระวังในเรื่องการใช้จ่าย ก็จะทำให้เกิดอาการชักหน้าไม่ถึงหลัง จนไม่มีเงินเก็บเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ดังนั้นวันนี้เราจึงมีข้อแนะนำในการป้องกันการชักหน้าไม่ถึงหลังมาฝากกัน 1.เริ่มจากลองมาสำรวจค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวันกันก่อน ลองแยกออกมาดูว่าในแต่ละวันต้องจ่ายอะไรบ้าง และในแต่ละเดือนต้องจ่ายอะไรบ้าง โดยจะแบ่งเป็นสองแบบดังนี้ 1.1ค่าใช้จ่ายที่แน่นอนในแต่ละเดือน ที่รู้อยู่แล้วว่าจะต้องจ่ายแน่ๆ เช่นค่าบ้าน ค่ารถ ค่าเน็ตเป็นต้น 1.2ค่าใช้จ่ายไม่แน่นอน ในส่วนนี้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ในแต่ละเดือนอาจจะใช้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ในแต่ละเดือน อย่างเช่นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าซื้อของ ค่าโทรศัพท์เป็นต้น เมื่อลองคำนวณดูแล้วพบว่ารายจ่ายมีมากกว่ารายรับ แสดงว่ากำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตแน่ๆ เหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลังคงเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้นลองตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปบ้างเพื่อให้สถานภาพทางการเงินเกิดความบาลานซ์ 2.อีกหนึ่งทางออกเพื่อให้การเงินลื่นไหลมากขึ้น หากจำเป็นต้องผ่อนสินค้า ก็ใช้ผ่อนด้วยสินเชื่อที่ถูกต้อง และหากผ่อนอยู่หลายชิ้น ก็ให้ผ่อนตัวที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดให้จ่ายสินเชื่อนั้นแบบเต็มจำนวน จะได้เป็นการลดภาระในอนาคตไม่ต้องมานั่งจ่ายเบี้ยหัวแตก โดยสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงนั้นจะทำให้เสียเงินส่วนนี้ไปถึง 28%…

หลายคนชอบบ่นว่าเงินเดือนน้อยจะไปรวยได้อย่างไร แต่จริงๆ แล้วจะรวยหรือจนไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้เยอะหรือน้อย แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้เงินมากกว่า ต่อให้มีเงินเดือนหลักแสนแต่ไม่รู้จักใช้ก็ทำให้หมดไวได้เช่นกัน ลองมาดูกันว่าเรามีพฤติกรรมการใช้เงินแบบไหน ข้อแนะนำต่อไปนี้เป็นพฤติกรรมที่พาจนเอาง่ายๆ มาสำรวจตัวเองกัน 1. เงินเดือนมาก ค่าใช้จ่ายก็มากตามไปได้ บางคนเงินเดือนขึ้นทุกปี แต่รายจ่ายก็มากมีตามไปด้วย ทั้งๆ ที่ก็ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ความไม่ปกติคือพฤติกรรมการใช้เงินที่แปรผันตามรายได้นั่นเอง มีเงินมากก็ใช้มาก จึงทำให้แต่ละเดือนไม่มีเงินเก็บเหลือเลย ใครเป็นแบบนี้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมซะใหม่ หันมาเก็บเงินเอาไว้บ้าง ใช้จ่ายให้เหมาะสมก็จะมีเงินเหลือ 2. ใช้เงินโดยไม่คิด อารมณ์แบบมีเท่าไหร่ก็ใช้หมด ไม่ได้คิดเผื่ออนาคตว่าจะมีใช้ไหม เอาแค่ความพอใจในแต่ละวันพอ ไม่ได้คิดไปอีกห้าปีสิบปีว่าจะมีเงินเก็บไหม จึงทำให้ใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือย ใครกำลังเป็นแบบนี้ควรเปลี่ยนความคิดใหม่เลย เพราะอะไรก็ไม่แน่ไม่นอน อยู่ๆ คุณอาจจะตกงานแบบกะทันหันได้ทุกเมื่อ ยังไงซะมีเงินเก็บไว้ก็อุ่นใจกว่า 3. วันหน้าค่อยออมเงิน ไม่ต้องรีบ เป็นข้ออ้างของคนชอบช้อป ชอบซื้อ ผัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งหากใครคิดแบบนี้ล่ะก็ไม่มีทางที่จะมีเงินเก็บได้แน่นอน…

Back to top