Author: admin

การออมเงินนั้นจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องอาศัยใจที่เข็มแข็ง การออมเงินนั้นต้องอาศัยระยะเวลาและต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุเยอะทำให้อดใจไม่ไหวนำเงินที่ออมมาทั้งหมดไปซื้อสิ่งของเหล่านั้น จึงต้องมีการกระตุ้นเป้าหมายให้อยากออมเงิน เพื่อเอาไปทำอะไรสักอย่าง วันนี้เราก็มีวิธีเด็ดๆ ในการออมเงินมาฝากกันด้วยล่ะ 1. ฝากเงินอัตโนมัติทุกเดือน เริ่มจากทำบัญชีออมเงินแยกออกจากบัญชีเงินเดิน จะได้ไม่ปะปนกันมั่วซั่ว โดยบัญชีออมเงินอาจทำในรูปแบบฝากประจำ กองทุนรวม ออมหุ้นหรือออมทองเป็นต้น โดยที่คุณจะต้องฝากอย่างสม่ำเสมอวิธีง่ายๆ คือ ตัดเงินจากบัญชีเงินเดือนอัตโนมัติในจำนวนเงินที่ไม่กระทบกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 2. หยอดกระปุกออมสิน เป็นวิธีสุดเบสิกสำหรับคนที่ใจแข็งแรงไม่ถูกสิ่งเร้าชักจูงโดยง่าย เพราะว่าการหยอดกระปุกนั้นเสี่ยงต่อการแคะมาใช้ได้สูงมาก แต่ก็เป็นวิธีที่สนุก เพราะมีหลากหลายรูปแบบในการออมเงินผ่านกระปุก ไม่ว่าจะเป็นเก็บเงินตามวัน, เก็บแต่แบงก์ที่มีเลขสวย, เก็บเศษเหรียญเงินทอน, เก็บแต่เหรียญพิเศษ และอีกหลายวิธีที่เพิ่มความสนุกให้กับการออมเงิน อีกทั้งการหยอดกระปุกออมสินนั้นเป็นการลุ้นมากว่าฝากแบบอื่นด้วย เพราะจะไม่มีทางรู้จำนวนเต็มว่าเก็บออมไปเท่าไหร่แล้ว เมื่อครบกำหนดที่ตั้งไว้ เช่นเก็บครบปีแล้วนำออกมานับ คุณจะมีความสุขมากเมื่อเห็นว่ามีเงินเยอะกว่าที่คาดคิดเอาไว้

ปัจจุบันการออมเงินเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะการมีเงินก้อนไว้ใช้ยามจำเป็นนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำ เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเมื่อไหร่จะป่วยหรืออาจมีเหตุไม่คาดฝันที่ต้องใช้เงิน ก็สามารถนำเงินออมส่วนนี้มาใช้ได้ แต่ก็เช่นกันปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุมากเหลือเกินทำให้ในแต่ละเดือนแทบไม่เหลือเก็บ ใครกำลังประสบปัญหาการออมเงินล่ะก็ วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากกันด้วย 1. ไม่ประมาทใช้จ่าย แต่หลายคนมักจะประมาท คิดแค่วันนี้พรุ่งนี้เอาไว้ก่อน ดังนั้นจึงใช้จ่ายเงินอย่างไม่ระมัดระวัง จึงไม่มีเหลือเก็บ หมดเงินไปกับบรรดาของจุกจิกต่างๆ ที่บ้างครั้งก็ไม่จำเป็นเลยนักนิด ยิ่งโดนโปรโมชั่นหลอกล่อด้วยแล้ว แทบจะไม่คิดหน้าคิดหลัง ตรงดิ่งเข้าไปซื้อโดยที่ไม่เอะใจเลยว่า ของเหล่านั้นยังมีอยู่เยอะหรือไม่ บางคนเห็นว่าไม่แพง ซื้อสักหน่อยคงไม่เป็นไร แต่พอนำมารวมกันหลายๆ ชิ้นแล้วก็หลายตังอยู่เหมือนกัน ดังนั้นไม่ควรประมาทในการใช้จ่าย ควรลิสต์รายการที่จะซื้อและซื้อเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ ก็พอ 2. ช้อปช่วง Sale ช่วยชีวิต สำหรับใครที่เลือกช้อปไม่ได้จริงๆ ไม่ได้ซื้อเหมือนจะขาดใจ แนะนำให้ช้อปในช่วง sale ช่วยชาติ เพราะของเซลล์ทั้งหลายทั้งแหลนั้นจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคุณได้ แทนที่จะซื้อราคาเต็ม ก็ลดลงมาอีกตั้งหลายเปอร์เซ็นต์ นำเงินส่วนนั้นมาเก็บออมไว้ได้อีกด้วย…

คนออฟฟิศอย่างเราๆ ที่มีรายได้ตายตัวนั้นอย่าเพิ่งหมดกำลังใจในการเก็บเงิน แม้ว่าในแต่ละเดือนจะมีสินค้าออกใหม่ มาล่อตาล่อใจอยู่เสมอ แต่หากยังติดอยู่ในวังวนต้องได้ต้องมี โดยไม่คำนึงถึงรายได้ของตัวเองล่ะก็ ชาตินี้ก็ไม่มีวันรวยได้ คงได้แต่หาเช้ากินค่ำไปวันๆ แต่หากใครที่อยากจะรวยล่ะก็ มากองรวมกันตรงนี้เลย เพราะเรามีเทคนิคดีๆ มานำเสนอในการบริหารเงินของชาวออฟฟิศ ที่หากเก็บออมเป็นก็มีสิทธิ์รวยได้เช่นกัน 1.เก็บก่อนค่อยใช้ทีหลัง เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ทำได้ยาก ต้องใช้กำลังใจในการเก็บออมสูงมาก ให้กันเงินออกมาจากเงินเดือน 50% แล้วเก็บออมไว้ ทำแบบนี้ทุกเดือน ให้เปิดบัญชีใหม่เอาไว้เก็บเงินออมโดยเฉพาะ หากเป็นคนที่ใจอ่อนง่าย แนะนำไม่ต้องทำบัตรเอทีเอ็มเอาไว้ จะใช้เมื่อไหร่ค่อยไปถอนที่ธนาคาร ความยุ่งยากในการฝากถอนนี้เองจะทำให้ลดความอยากให้การออกไปถอนเงิน 2.ตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง เอาชนะความอยากให้ได้ แม้ว่าสิ่งของต่างๆ ที่ขยันออกใหม่กันทุเดือน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเอย เสื้อผ้าเอย รองเท้าเอยที่ล่อตาล่อใจให้อยากจะเข้าไปซื้อ แต่ก็ต้องเอาชนะมันไปให้ได้ ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองเอาไว้ก่อน หากงดซื้องดช้อปจะมีเงินเหลือเท่านั้นเท่านี้ เพื่อเอาไว้ทำสิ่งที่ใหญ่กว่าหรือซื้อสินค้าที่มีชิ้นใหญ่กว่า หากคิดเช่นนี้ก็จะสามารถระงับความอยากเอาไว้ได้ 3. เงินโบนัสคือนิพพาน…

เรื่องอาหารการกินใครๆ ก็รู้ว่าสำคัญ เดี๋ยวนี้มีของอร่อยๆ รอให้ลิ้มชิมรสอีกเพียง ซึ่งบางคนก็ไม่รู้ตัวเลยว่าของอร่อยที่กินเข้าไปนั้นคิดรวมกันก็เป็นเงินเกือบหมื่นเลยทีเดียว จริงๆ แล้วนั้นคนเรากินเพื่ออยู่ โภชนาการอาหารครบถ้วนเป็นใช้ได้ หากลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการกินได้ล่ะก็ จะมีเงินเหลือเก็บอีกอื้อเลยล่ะ เอาไว้โอกาสพิเศษๆ ค่อยไปกินมื้อหนักๆ หรือมื้อที่ราคาแพงๆ ส่วนมื้อปกติที่กินทุกวันเราสามารถประหยัดลงอีกได้ วันนี้เราก็มี 3 เคล็ดลับดีๆ ในการประหยัดเงินค่ากินมาฝากกันสำหรับครอบครัวยุคใหม่ 1.ลองเป็นพ่อครัวแม่ครัวกันบ้างก็ดี เชื่อว่าปัจจุบันหลายบ้านเลยที่ฝากท้องไว้กับแกงถุงบ้าง อาหารตามสั่งบ้าง เพราะว่าสะดวกแยกกันกินได้ เพราะด้วยภาระหน้าที่หลายๆ อย่างทำให้หลายบ้านไม่ได้กินข้าวพร้อมกัน ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช้เหตุและสร้างความห่างเหินระหว่างครอบครัวอีกด้วย ลองแปลงร่างมาเป็นเชฟทำอาหารกินเองดีกว่า หากไม่ค่อยสะดวกก็เลือกมื้อเช้าหรือมื้อเย็นก็ได้ ทำกับข้าว หุงข้าวทานเอง ได้โภชนาการครบถ้วนแถมประหยัดกว่าซื้อกินอีกต่างหาก 2. เตรียมอาหารไปกินเอง ต่อยอดจากการทำอาหารกินเอง หากมื้อเย็นกับข้าวที่ทำเหลือก็ไม่ต้องทิ้ง เอาใส่ตู้เย็นแล้วนำมาอุ่นกินตอนเช้าพกไปทำงานได้ด้วย ประหยัดไปอีก หรือหากทำกับข้าวตอนเช้าก็สามารถใส่กล่องไปกินที่ทำงานได้ด้วย อรอ่ยถูกปากและถูกโภชนาการปลอดภัยกว่าซื้อกินเยอะเลย การซื้อวัตถุดิบมาตุนไว้เป็นรายอาทิตย์และทำกินเองนั้น ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องค่ากินได้มากอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว…

แต่ละคนนั้นมีภาระค่าใช้จ่ายต่างกันไป ซึ่งบางคนหนี้เยอะ บางคนชอบช้อปปิ้ง บางคนก็ชอบทาน ทำให้ในแต่ละเดือนนั้นเงินไม่ค่อยพอใช้จนไม่มีให้เหลือเก็บ ใครที่มีปัญหาเรื่องการบริหารเงินล่ะก็ วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากกันด้วย น่าจะช่วยให้การเงินของคุณดีขึ้นได้ 1. ใช้ชีวิตตามมาตรฐานเดิม เพราะคำว่า ‘ของมันต้องมี’ ทำให้หลายคนใช้จ่ายเกินตัว จริงๆ แล้วไม่ต้องมีทุกอย่างที่อยากได้ก็ได้ เน้นเฉพาะซื้อของที่จำเป็น ลองย้อนกลับไปดูสิว่า ชีวิตมาตรฐานเดิมๆ ของคุณเป็นอย่างไร อะไรไม่มีแล้วยังอยู่ได้บ้าง ก็ให้ใช้จ่ายแต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้การเงินกลับมาเป็นปกติ และยังมีเงินเหลือเก็บอีกด้วย 2. ลดมาตรฐานการใช้ชีวิตลง สำหรับบางคนที่หลงไปในสิ่งของต่างๆ อยากได้อยากมีจนเงินที่มีไม่บาลานซ์กับเงินที่เสียไป หากไม่อยากให้ชีวิตอยู่ยาก ก็ควรลดมาตรฐานการใช้ชีวิตลง อาจจะลดการซื้อของที่ไม่จำเป็น หรือหากพักอาศัยในพื้นที่ที่ค่าเช่าแพง ก็ลองหาพื้นที่อื่นที่สะดวกแต่ราคาย่อมเยากว่าก็จะช่วยได้ 3. ขายรถหรือย้ายไปอยู่ใกล้ที่ทำงาน สำหรับคนที่มีรถ และไม่ค่อยได้ใช้นั้นก็ลองตัดสินใจขายและไปอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานแทน ซึ่งเป็นการประหยัดเงินและประหยัดการเดินทางได้ สามารถนำเงินค่าบำรุงรถ…

เพราะการช้อปปิ้งเป็นการคลายเครียดในรูปแบบใหม่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ใครๆ ต่างก็อยากช้อปอยากซื้อ อันนั้นก็สวย อันนี้ก็ต้องมี อันโน้นก็ขาดไม่ได้ ไปๆ มาๆ เงินในกระเป๋าหมดไปอย่างไม่รู้ตัว บางคนเงินเดือนออกแค่วันแรกกระเป๋าก็แหกซะแล้ว จะให้งดซื้อก็ทำใจไม่ได้จริงๆ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีช้อปปิ้งแบบประหยัดเงินมาฝากกัน #ข้อแรก จัดลำดับว่าอะไรจำเป็นที่สุด เพราะว่าแต่ละคนนั้นมีความจำเป็นไม่เหมือนกัน ดังนั้นให้จัดลำดับความสำคัญก่อน ซื้อแต่ของที่จำเป็นต้องใช้ในลำดับแรกๆ ให้ลิสต์สิ่งที่สำคัญอย่างเช่นของใช้ประจำวัน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ก่อน ดูว่าเมื่อลิสต์แล้วเงินเหลือใช้จ่ายสิ่งฟุ่มเฟือยได้เท่าไหร่ การลิสต์ลำดับจะทำให้รู้ว่าอะไรควรซื้อก่อนซื้อหลัง หมดปัญหาเงินไม่พอใช้ ซึ่งบางครั้งหาว่าเดือนไหนเงินเหลือน้อยจริงๆ ก็ใช้ลดสเปกของใช้บางอย่างลงเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้มากขึ้น อาจจะซื้อของที่มีคุณภาพพอๆ กันแต่ราคาถูกกว่า อย่าไปยึดติดกับแบรนด์มากนัก #ข้อสอง คือ ออมเงินก่อนช้อปปิ้ง หากอยากช้อปอย่างสบายใจไร้กังวล ไม่ต้องกลัวกระเป๋าแหก แนะนำให้เก็บเงินออมเอาไว้ก่อน อย่างเช่นหักไปเพื่อเป็นเงินออม 10% ของเงินเดือน ทำแบบนี้ทุกเดือนนอกจากมีเงินช้อปแล้วยังทำให้มีเงินเก็บอีกด้วย…

เดี๋ยวนี้สาวๆ เก่งไม่แพ้ผู้ชายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ชีวิตหรือเรื่องการทำงาน ซึ่งบางคนนั้นทำงานเก่งกว่าผู้ชายซะอีก จนทำให้บางทีไม่ต้องมีผู้ชายก็อยู่ได้แบบไม่แคร์ แต่ทว่าเวลาไม่เคยหยุดเดิน ดังนั้นเราจึงอายุมากขึ้นทุกวันๆ คนสวยๆ แบบเราจึงต้องมีการวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้า ซึ่งการวางแผนเรื่องการเงินนอกจากการอดออมแล้ว ยังมีเรื่องการลงทุน ที่สามารถทำเงินให้ในระยะยาวได้ ลองมาดูกันว่าเราควรลงทุนประเภทไหนบ้างที่จะทำให้อยู่ได้สวยๆ เก๋ๆ แม้วันเกษียณก็ไม่เดือดร้อน 1.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก่อนหน้านี้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นแบ่งออกเป็น 2 นโยบาย 2กองทุน ซึ่งจะผสมสัดส่วนกันวุ่นวายมากในกรจัดการ ซึ่งแต่ละกองทุนก็มีเงื่อนไขเป็นของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน จึงเกิดปัญหายุ่งยากตามมา ภายหลังเลยพัฒนามาเป็น Master Fund เพื่อง่ายต่อการจัดการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นมีหลายนโยบาย สามารถเลือกได้ตามใจชอบโดยจะมีการเก็บข้อมูลแยกสินทรัพย์ที่ลงทุนไว้เป็นรายบุคคล ซึ่งสามารถกำหนดการลงทุนได้ด้วยตัวเองว่าอยากลงหุ้นกี่ % หรือลงตราสารหนี้กี่ % หรือการลงทุนในประเภทอื่นๆ ที่กำหนดก็สามารถลงได้ด้วยตัวเอง โดยหาข้อมูลดูว่าตนเองจะได้รับเงินจากกองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุน LTF RMF…

พนักงานเงินเดือนอย่างเราๆ หาเช้ากินค่ำหวังอยากจะรวยมีเงินเก็บนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย หากตั้งใจมีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งการเก็บออมเงินเป็นการทำให้รวยได้แบบยั่งยืนด้วยแต่ต้องอาศัยเวลาและความอดทนสักหน่อย ข้อดีของการออมเงินนั้นมีมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นการมีเงินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน หรือมีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณเมื่อทำงานไม่ไหว ก็ไม่เดือดร้อนใครเพราะมีเงินเก็บ ดังนั้นลองมาตั้งเป้าการออมเงินกันดีกว่า เคล็ดลับที่ 1 ตั้งโหมดการออมอัตโนมัติ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ ให้ตัดใจหักดิบด้วยการหักเงินเข้าบัญชีเงินออมอัตโนมัติ ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้คุณใช้จ่ายอย่างประหยัดมากขึ้น ระมัดระวังการจับจ่ายมากขึ้นด้วย เพียงแค่ตั้งค่าให้โอนเงินจากบัญชีเงินเดือน เข้าบัญชีเงินฝากอัตโนมัติทุกเดือนตามที่ตั้งเอาไว้ ข้อควรระวังคืออย่าตั้งจำนวนเงินมากเกินไป เพราะจะทำให้ใช้จ่ายไม่พอ ให้ตั้งเอาไว้ 10% ของเงินเดือนจะดีที่สุด เพราะจะไม่กดดันการใช้ชีวิตจนเกินไป เคล็ดลับที่ 2 วางแผนการกิน จริงๆ แล้วเรื่องการกินนี่แหละ ทำให้หลายคนใช้เงินไม่ถึงเดือนมาหลายคนแล้ว อาจมองเป็นเรื่องเล็กๆ แต่จริงๆ ไม่เล็กเลย ลองคิดดูสิว่าหากออกไปสังสรรค์ทุกวัน สักครึ่งเดือน เงินจะเหลือใช้เท่าไหร่ ดังนั้นควรวางแผนเรื่องการกิน ตัดสิ่งที่ฟุ่มเฟือยออกไป หากทำกับข้าวทานเองจะดีมากเพราะจะคุมค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด การทำอาหารเองไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย…

เมื่อเลือกวิถีที่จะเป็นสาวโสดแล้วล่ะก็ สิ่งสำคัญที่ต้องมีคือเงิน!! เพราะนอกจากเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินแล้ว ในยามบั้นปลายชีวิตก็จำเป็นต้องใช้เงินเช่นกัน แก่ตัวไปทำงานไม่ไหวใครจะเลี้ยงดูจริงไหม ดังนั้นจึงต้องเริ่มออมเงินตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อเอาไว้ใช้ยามจำเป็น ซึ่งการออมเงินในปัจจุบันก็มีหลายแบบ ทั้งออมเงินแบบฝากประจำ ออมเงินกองทุน ออมเงินหุ้นต่างๆ ดังนั้นลองมาดูสิว่า เราจะออมเงินแบบสาวโสดได้อย่างไรบ้าง 1.หลังเกษียณไม่มีเงินออมลำบากแย่เลย สาวโสดที่ไม่มีเงินออมเลยนั้นในอนาคตจะใช้ชีวิตลำบาก โดยเฉพาะช่วงหลังวัยเกษียณ เพราะไม่มีเงินในการเลี้ยงดูตัวเอง บางคนไม่มีลูกไม่มีหลานด้วย ยิ่งทำให้ชีวิตอยู่ยากขึ้น ยามป่วยไข้ก็จะไม่มีเงินรักษาเพราะไม่มีหลักประกันในเรื่องของเงินออม ดังนั้นควรเริ่มทำเสียตั้งแต่วันนี้ การออมเงินไม่ใช่เรื่องยากหากตั้งใจอยากจะเก็บจริงๆ คิดซะว่าอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลง สิ่งของนั้นไม่ยั่งยืนเท่ากับเงินทองในอนาคต เริ่มง่ายๆ ด้วยการแบ่งเงินออมออกจากเงินเดือนสัก 10-20% ทุกเดือน พอครบปีก็จะได้เงินก้อน จะทำให้มีกำลังใจในการเก็บเงินมากขึ้น 2.การเก็บเงินเพื่อการลงทุนไว้ใช้ยามเกษียณ สำหรับสาวๆ ที่มีทุนมากหน่อย จะออมเงินแบบการลงทุนก็เป็นตัวเลือกที่ดี ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนตราสารหนี้ต่างๆ ขึ้นอยู่กับความชอบ สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นจะมีการหักเงินจากบัญชีเงินเดือนของคุณทุกเดือน เพื่อเก็บสะสมไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ…

เรื่องเงินๆ ทองๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนนั้น เป็นอะไรที่ต้องบริหารให้ดีๆ บางคนไม่เคยวางแผนเลย จนการเงินเลอะเทะจะมาจัดการทีหลังก็ยุ่งยาก อีรุงตุงนังไปหมดกว่าจะแก้หมดก็ผ่านไปหลายปี จนกว่าจะมีเงินเก็บได้ก็ปากเข้าไปสามสิบแล้ว หากใครไม่อยากให้การเงินวุ่นวายล่ะก็ วันนี้เรามีเคล็ดลับขั้นตอนการใช้จ่ายเงินแบบที่เหมาะสมกับมนุษย์เงินเดือนมาฝากกัน 3 ขั้นตอนจัดการค่าใช้จ่าย ที่มนุษย์เงินเดือนต้องอ่าน 1.ตัวอย่างเช่นหากอยู่คนเดียวรับผิดชอบแค่ตัวคนเดียว ให้กำหนดค่าใช้จ่ายประจำวันเอาไว้แบบตายตัว มีรถหรือไม่ ถ้ามีค่าแก๊สหรือน้ำมันที่ต้องเติมวันละกี่บาท หรือหากขึ้นรถโดยสารค่ารถไปกลับวันละกี่บาท ค่ากินวันละกี่บาท เช่นหากไม่มีรถ แต่ขึ้นบีทีเอสทุกวัน เที่ยวละ 40 บาท ค่ากิน 2 มื้อ 100 บาท เท่ากับว่าหนึ่งวันใช้เงินไป 140 บาท เดือนนึงก็จะประมาณ 4200 บาท ดังนั้นให้หักเงินเอาไว้ 4200 บาท เอาไว้ต่างหาก 2.แบ่งเป็น…

เหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลังนี้ เชื่อว่าหลายคนไม่อยากประสบพบเจอเพราะมันเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงิน หาได้เท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ในแต่ละเดือนสักที ซึ่งกลายเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว เพราะแต่ละครอบครัวนั้นมีรายจ่ายที่สูงขึ้น แต่บางคนรายได้ยังเท่าเดิมอยู่ และยิ่งเป็นคนที่ไม่ระวังในเรื่องการใช้จ่าย ก็จะทำให้เกิดอาการชักหน้าไม่ถึงหลัง จนไม่มีเงินเก็บเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ดังนั้นวันนี้เราจึงมีข้อแนะนำในการป้องกันการชักหน้าไม่ถึงหลังมาฝากกัน 1.เริ่มจากลองมาสำรวจค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวันกันก่อน ลองแยกออกมาดูว่าในแต่ละวันต้องจ่ายอะไรบ้าง และในแต่ละเดือนต้องจ่ายอะไรบ้าง โดยจะแบ่งเป็นสองแบบดังนี้ 1.1ค่าใช้จ่ายที่แน่นอนในแต่ละเดือน ที่รู้อยู่แล้วว่าจะต้องจ่ายแน่ๆ เช่นค่าบ้าน ค่ารถ ค่าเน็ตเป็นต้น 1.2ค่าใช้จ่ายไม่แน่นอน ในส่วนนี้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ในแต่ละเดือนอาจจะใช้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ในแต่ละเดือน อย่างเช่นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าซื้อของ ค่าโทรศัพท์เป็นต้น เมื่อลองคำนวณดูแล้วพบว่ารายจ่ายมีมากกว่ารายรับ แสดงว่ากำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตแน่ๆ เหตุการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลังคงเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้นลองตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปบ้างเพื่อให้สถานภาพทางการเงินเกิดความบาลานซ์ 2.อีกหนึ่งทางออกเพื่อให้การเงินลื่นไหลมากขึ้น หากจำเป็นต้องผ่อนสินค้า ก็ใช้ผ่อนด้วยสินเชื่อที่ถูกต้อง และหากผ่อนอยู่หลายชิ้น ก็ให้ผ่อนตัวที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดให้จ่ายสินเชื่อนั้นแบบเต็มจำนวน จะได้เป็นการลดภาระในอนาคตไม่ต้องมานั่งจ่ายเบี้ยหัวแตก โดยสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงนั้นจะทำให้เสียเงินส่วนนี้ไปถึง 28%…

เคล็ดลับการประหยัดนั้นมีมากมายเหลือเกิน แต่เชื่อว่าคงมีไม่กี่วิธีทำนั้นที่สามารถตัดใจทำได้จริงๆ เพราะการประหยัดเงินนั้นยากพอๆ กับการห้ามใจไม่ให้กินของอร่อย แต่หากว่ายังไม่เริ่มเก็บวันนี้ก็จะผลัดไปเรื่อยๆ ไม่ได้เก็บสักที ดังนั้นลองเปลี่ยนตัวเองมาเป็นคนชอบออมเงินกันดีกว่า ยิ่งคนที่มีหนี้มีสินด้วยแล้ว ควรค่าแก่การประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นอย่างยิ่ง 1. เคลียร์หนี้บัตรเครดิตให้หมดก่อน ก่อนอื่นเลย หากอยากให้สภาพการเงินกลับมาเป็นปกติ ควรเคลียร์หนี้สินก่อนอย่าปล่อยให้เรื้อรัง ให้เริ่มประหยัดเงินเพื่อนำส่วนต่างที่เหลือมาชำระหนี้บัตรให้หมดก่อน เพราะว่าดอกเบี้ยของบัตรพวกนี้ในแต่ละปีค่อนข้างสูง ยิ่งจ่ายแต่ขั้นต่ำยิ่งทำให้หนี้พอกพูนเคลียร์ไม่หวาดไม่ไหว 2. ใช้รถสาธารณะบ้างก็ได้ สำหรับคนมีรถของตัวเองช่วงที่ประหยัดเงินควรพักจอดรถไว้ที่บ้าน แล้วหันมานั่งรถสาธารณะแทน หากว่าบ้านกับที่ทำงานไม่ได้ไกลกันมากนัก หรือที่พักอาศัยอยู่ในแนวรถไฟฟ้า ก็ไม่ควรขับรถออกมา นอกจากเป็นการสร้างภาระให้ท้องถนนแล้วยังเป็นการสิ้นเปลืองเงินในการเติมน้ำมันอีกด้วย 3. แอบส่องมาตรวัดน้ำและมาตรไฟฟ้าทุกวัน จริงๆ แล้วการเช็คสาธารณูปโภคก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เพราะจะทำให้รู้ว่าในแต่ละวันเราใช้น้ำใช้ไฟไปเยอะมากแค่ไหน การเช็คเป็นประจำจะทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ด้วย ทำให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้

Back to top