Author: admin

สิ้นเดือนที่ไรเหมือนใกล้สิ้นใจทุกที่ เพราะเงินที่เหลือนั้นช่างน้อยนิดอยากจะกินอะไรดีๆ ก็ไม่ได้ บางคนยิ่งแล้วใหญ่เงินเดือนออกปุ๊บใช้จ่ายปั๊บ ตกกลางเดือนแทบจะไม่เหลือใช้แล้ว ดังนั้นลองมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินกันสักนิด หาวิธีประหยัดได้ง่ายๆ ด้วยเคล็ดลับที่เราเอามานำเสนอในวันนี้ 1.สร้างสรรค์เมนูประหยัดด้วยการทำกับข้าวเอง ในทุกต้นเดือนของให้ซื้อของสด ของแห้งเอามาแช่ไว้ในตู้เย็นบ้าง แม้จะอยู่คนเดียวแต่การทำกับข้าวเองก็ถือว่าประหยัดกว่าเยอะ ทำมื้อเดียวอาจกินได้หลายมื้อ อย่างน้อยๆ ก็สองมื้อขึ้นไป หอบเอาไปกินที่ทำงานได้ด้วยประหยัดไปอีก ในช่วงใกล้สิ้นเดือนแบบนี้ ค้นของสด ของแห้งในตู้เย็นออกมาสร้างเมนูแปลกใหม่ มิกซ์แอนด์แมตต์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ก็เกิดเป็นเมนูใหม่ที่อิ่มท้องไปอีกมื้อได้เช่นกัน 2. ทำบัญชี หรือทำบันทึกรายการใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้รู้ว่าเงินที่ต้องใช้กินนั้นต้องเหลือไว้ประมารเท่าไหร่ ก็จะทำให้มีเงินกินไปตลอดทั้งเดือนแบบไม่เดือดร้อน ซึ่งขอให้นับแต่รายการอาหารที่จำเป็นเท่านั้น จำพวกของหวาน ชานมอะไรต่างๆ งดได้ควรงด เน้นแต่มื้ออาหารและน้ำเปล่า ก็จะช่วยประหยัดเงินให้ใช้ไปถึงสิ้นเดือนได้ 3. รอซื้ออาหารช่วงลดราคา ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไปในห้าง มักจะมีการลดราคาอาหารและของสดในช่วงดึกที่ห้างใกล้จะปิด หากรอซื้อตอนนั้นก็จะได้ของถูกกลับบ้าน เหมาะกับพนักงานออฟฟิศในช่วงสิ้นเดือนเป็นที่สุด หากบ้านใครอยู่ใกล้ห้างล่ะก็ ช่วงที่ห้างใกล้จะปิดลองแวะเวียนไปแถวๆ…

สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว ต่างก็อยากให้ลูกได้เรียนที่ดีๆ ต้องการเลี้ยงดูให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีซึ่งก็จำเป็นต้องใช้เงินเยอะเลยทีเดียว ทั้งค่าเทอม ค่าอุปกรณ์ ค่าเรียนพิเศษและค่าอื่นๆ ที่ส่งเสริมศักยภาพของลูกรัก บางครอบครัวอยากจะซัพพอร์ตตรงนี้เต็มที่แต่เงินที่มีก็ไม่ค่อยจะพอ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีออมเงินแม้จะต้องส่งลูกเรียนมาฝากกัน เริ่มทำตอนนี้ยังไม่สายหากอย่างสบายมีสถานะการเงินที่แข็งแรง 1.ให้ลูกสอบชิงทุน เดี๋ยวนี้มีหลากหลายสถาบันที่เปิดให้สอบชิงทุนการศึกษาทั้งในและนอกประเทศ ดังนั้นควรปูพื้นฐานให้ลูกตั้งแต่เนิ่นๆ ในด้านทักษะต่างๆ โดยเฉพาะภาษาที่สามารถนำไปต่อยอดได้ การสอบชิงทุนเป็นอีกช่องทางในการลดค่าใช้จ่ายในด้านการศึกษาได้มากทีเดียว 2.ใช้วิธีออมเงินระยะสั้น หากว่าเป็นครอบครัวที่มีภาระเยอะ แต่รายได้ไม่ได้มากมายอะไรนัก การออมเงินระยะสั้นเป็นทางออกที่ดี ลองเก็บเงินค่าใช้จ่ายสำหรับลูก ไม่ว่าจะเป็นค่าอุปกรณ์ในการเรียน ค่าเรียนพิเศษ ค่าเทอมให้เก็บไว้ล่วงหน้าหนึ่งภาคเรียนการศึกษา เพื่อเอาไว้จ่ายในอนาคต ส่วนค่าขนมให้สร้างนิสัยการเก็บออมของลูกด้วยการให้เงินเป็นรายอาทิตย์หรือรายเดือนก็ได้ กะเกณฑ์ให้พอเหมาะ เป็นการสร้างนิสัยเก็บออมไปในตัว 3.เก็บเงินระยะกลางเพื่อการศึกษาโดยเฉพาะ เป็นอีกช่องทางการเก็บเงินสำหรับการออมเงินแบบ LTF ซึ่งจะสามารถขายได้เมื่อเก็บครบ 5 ปีไปแล้ว ถือเป็นการเก็บเงินระยะยาวที่ไม่นานเกินไปและไม่สั้นเกินไป แถมได้เงินมาเป็นก้อนเอาไว้เพื่อเป็นค่าทุนการศึกษาของลูก แนะนำให้ซื้อไม่ได้ 15% เพราะจะได้ไม่เกินสิทธิประโยชน์ด้านภาษี

เป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน ที่สาวๆ ออฟฟิศจะเก็บเงินอยู่ เพราะมีสิ่งล่อตาล่อใจให้ต้องซื้อเต็มไปหมด อันนั้นก็ต้องมี อันนี้ก็ต้องได้ จึงหมดเงินไปกับเสื้อผ้าและเครื่องสำอางซะส่วนใหญ่ บางชิ้นซื้อมาไม่ได้ใช้ก็มี ดังนั้นควรตั้งสติก่อนซื้อเสมอ นี่ก็ปีใหม่แล้ว ลองมาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนอดออมกันดีกว่า ออมวันนี้เอาไว้ใช้ในวันหน้าอย่างคนที่สวยและรวยมากกันดีกว่า 1.เก็บก่อน ใช้ทีหลัง เรียกว่าเป็นการอดเปรี้ยวไว้กินหวานก็ว่าได้ เพราะอดทนอดกลั้นงดใช้จ่ายในวันนี้ เพื่อนำไปใช้ในวันหน้านั่นเอง ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้ด้วยการเก็บออมเงินจากเงินเดือน กี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไป แต่ถ้าอยากหักดิบแบบโหดๆ แนะนำสัก 30-40% ต้องทำอย่างมีวินัยและสม่ำเสมอด้วย แยกบัญชีออกจากกันอันไหนรายรับ อันไหนรายจ่าย เพราะไม่เช่นนั้นจะปนกันและดูยาก เงินที่หักเอาไว้ออมก็ควรฝากไว้ในบัญชีรายรับที่ไม่ควรไปยุ่งจนกว่าจะออมถึงเป้าหมายที่กำหนด 2.ลดความอยาก ตั้งเป้าท้าทายตัวเอง ความไม่อยากเป็นลาภอันประเสริฐ แรกๆ อาจทรมานหน่อยเพราะเห็นอะไรก็อยากได้ไปหมด แต่พอเริ่มทำได้แล้วคุณจะชินและเรียนรู้ได้เองว่าอะไรจำเป็นต้องซื้อและอะไรที่ไม่จำเป็นต้องซื้อ การทำเช่นนี้จะลดรายจ่ายไปได้มากเลยทีเดียว เช่นเคยกินกาแฟแก้วละเป็นร้อย เปลี่ยนมาเป็นกาแฟถุงหน้าออฟฟิศก็ได้ ได้คาเฟอีนเหมือนกัน ลดการทานอาหารในห้างมาเป็นแกงถุงข้างบ้าน ก็อิ่มได้เช่นกัน เก็บออมเงินส่วนนี้ไว้เพื่อการลงทุนในอนาคต

ในโลกนี้เชื่อเถอะว่าไม่มีใครอยากจะเป็นหนี้หรอก เพราะทกคนล้วนแล้วแต่อยากได้อิสรภาพทางการเงิน ไม่ต้องมาเครียดหาเงิน หมุนเงินใช้หนี้จนแทบไม่พอกิน วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการเคลียร์หนี้อย่างได้ผลมาฝากกันด้วย มีวิธีไหนบ้างนั้นมาดูกันเลย 1.ไม่สร้างหนี้เพิ่ม การกู้สินเชื่ออีกที่มาเคลียร์กับอีกที่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ เพราะจะทำให้คุณวนเวียนกับการเป็นหนี้ไม่รู้จบ ก่อนอื่นเลยให้รวมหนี้สินทั้งหมดที่มี แล้วดูว่าหนี้เจ้าไหนดอกเบี้ยสูงสุด ก็ให้เคลียร์อันนั้นเป็นอันดับแรก แล้วที่เหลือก็จ่ายขั้นต่ำไปตามปกติ สำหรับหนี้นอกระบบให้เคลียร์เงินก้อนแรกเพราะว่ามีดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่ออื่นๆ ที่ถูกกฎหมาย 2.จดบันทึกรายรับรายจ่าย การจดบันทึกรายรับรายจ่ายจะทำให้รู้ยอดที่เหลือและยอดที่ต้องจ่าย ช่วยให้บริหารเงินได้ง่ายขึ้น จะได้รู้ว่าจ่ายอะไรไปบ้าง อะไรที่ปรับลดได้ อะไรที่ไม่จำเป็นก็ตัดออกไปบ้าง โดยเฉพาะช่วงที่เป็นหนี้ เอาเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นพอ เรื่องอาหารการกินถ้าประหยัดได้ก็ควรประหยัด งานสังสรรค์ต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายเยอะก็ควรเลี่ยงซะ 3.หาได้รายเสริม หากเป็นหนี้เยอะ ก็ควรหาทางออกด้วยการหารายได้เสริมเท่าที่พอจะมีกำลังทำได้ หรือหากมีทักษะเช่น เรื่องภาษา หรือเรื่องเฉพาะทางก็ลองหางานสอนพิเศษคิดเป็นรายชั่วโมงดู หรือหากมีความสามารถเรื่องการขาย ก็ลองรับของมาขายทางอินเตอร์เน็ต แต่หากว่ามีสินค้าที่เป็นทรัพย์สินอยู่แล้วเช่นกระเป๋าแบรนด์เนม รองเท้าแบรนด์เนม ก็ลองเอามาขายมือ2 เพื่อเอามาเป็นรายได้ก่อน

การออมเงินนั้นจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องอาศัยใจที่เข็มแข็ง การออมเงินนั้นต้องอาศัยระยะเวลาและต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุเยอะทำให้อดใจไม่ไหวนำเงินที่ออมมาทั้งหมดไปซื้อสิ่งของเหล่านั้น จึงต้องมีการกระตุ้นเป้าหมายให้อยากออมเงิน เพื่อเอาไปทำอะไรสักอย่าง วันนี้เราก็มีวิธีเด็ดๆ ในการออมเงินมาฝากกันด้วยล่ะ 1. ฝากเงินอัตโนมัติทุกเดือน เริ่มจากทำบัญชีออมเงินแยกออกจากบัญชีเงินเดิน จะได้ไม่ปะปนกันมั่วซั่ว โดยบัญชีออมเงินอาจทำในรูปแบบฝากประจำ กองทุนรวม ออมหุ้นหรือออมทองเป็นต้น โดยที่คุณจะต้องฝากอย่างสม่ำเสมอวิธีง่ายๆ คือ ตัดเงินจากบัญชีเงินเดือนอัตโนมัติในจำนวนเงินที่ไม่กระทบกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 2. หยอดกระปุกออมสิน เป็นวิธีสุดเบสิกสำหรับคนที่ใจแข็งแรงไม่ถูกสิ่งเร้าชักจูงโดยง่าย เพราะว่าการหยอดกระปุกนั้นเสี่ยงต่อการแคะมาใช้ได้สูงมาก แต่ก็เป็นวิธีที่สนุก เพราะมีหลากหลายรูปแบบในการออมเงินผ่านกระปุก ไม่ว่าจะเป็นเก็บเงินตามวัน, เก็บแต่แบงก์ที่มีเลขสวย, เก็บเศษเหรียญเงินทอน, เก็บแต่เหรียญพิเศษ และอีกหลายวิธีที่เพิ่มความสนุกให้กับการออมเงิน อีกทั้งการหยอดกระปุกออมสินนั้นเป็นการลุ้นมากว่าฝากแบบอื่นด้วย เพราะจะไม่มีทางรู้จำนวนเต็มว่าเก็บออมไปเท่าไหร่แล้ว เมื่อครบกำหนดที่ตั้งไว้ เช่นเก็บครบปีแล้วนำออกมานับ คุณจะมีความสุขมากเมื่อเห็นว่ามีเงินเยอะกว่าที่คาดคิดเอาไว้

ปัจจุบันการออมเงินเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะการมีเงินก้อนไว้ใช้ยามจำเป็นนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำ เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเมื่อไหร่จะป่วยหรืออาจมีเหตุไม่คาดฝันที่ต้องใช้เงิน ก็สามารถนำเงินออมส่วนนี้มาใช้ได้ แต่ก็เช่นกันปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุมากเหลือเกินทำให้ในแต่ละเดือนแทบไม่เหลือเก็บ ใครกำลังประสบปัญหาการออมเงินล่ะก็ วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากกันด้วย 1. ไม่ประมาทใช้จ่าย แต่หลายคนมักจะประมาท คิดแค่วันนี้พรุ่งนี้เอาไว้ก่อน ดังนั้นจึงใช้จ่ายเงินอย่างไม่ระมัดระวัง จึงไม่มีเหลือเก็บ หมดเงินไปกับบรรดาของจุกจิกต่างๆ ที่บ้างครั้งก็ไม่จำเป็นเลยนักนิด ยิ่งโดนโปรโมชั่นหลอกล่อด้วยแล้ว แทบจะไม่คิดหน้าคิดหลัง ตรงดิ่งเข้าไปซื้อโดยที่ไม่เอะใจเลยว่า ของเหล่านั้นยังมีอยู่เยอะหรือไม่ บางคนเห็นว่าไม่แพง ซื้อสักหน่อยคงไม่เป็นไร แต่พอนำมารวมกันหลายๆ ชิ้นแล้วก็หลายตังอยู่เหมือนกัน ดังนั้นไม่ควรประมาทในการใช้จ่าย ควรลิสต์รายการที่จะซื้อและซื้อเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ ก็พอ 2. ช้อปช่วง Sale ช่วยชีวิต สำหรับใครที่เลือกช้อปไม่ได้จริงๆ ไม่ได้ซื้อเหมือนจะขาดใจ แนะนำให้ช้อปในช่วง sale ช่วยชาติ เพราะของเซลล์ทั้งหลายทั้งแหลนั้นจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคุณได้ แทนที่จะซื้อราคาเต็ม ก็ลดลงมาอีกตั้งหลายเปอร์เซ็นต์ นำเงินส่วนนั้นมาเก็บออมไว้ได้อีกด้วย…

คนออฟฟิศอย่างเราๆ ที่มีรายได้ตายตัวนั้นอย่าเพิ่งหมดกำลังใจในการเก็บเงิน แม้ว่าในแต่ละเดือนจะมีสินค้าออกใหม่ มาล่อตาล่อใจอยู่เสมอ แต่หากยังติดอยู่ในวังวนต้องได้ต้องมี โดยไม่คำนึงถึงรายได้ของตัวเองล่ะก็ ชาตินี้ก็ไม่มีวันรวยได้ คงได้แต่หาเช้ากินค่ำไปวันๆ แต่หากใครที่อยากจะรวยล่ะก็ มากองรวมกันตรงนี้เลย เพราะเรามีเทคนิคดีๆ มานำเสนอในการบริหารเงินของชาวออฟฟิศ ที่หากเก็บออมเป็นก็มีสิทธิ์รวยได้เช่นกัน 1.เก็บก่อนค่อยใช้ทีหลัง เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ทำได้ยาก ต้องใช้กำลังใจในการเก็บออมสูงมาก ให้กันเงินออกมาจากเงินเดือน 50% แล้วเก็บออมไว้ ทำแบบนี้ทุกเดือน ให้เปิดบัญชีใหม่เอาไว้เก็บเงินออมโดยเฉพาะ หากเป็นคนที่ใจอ่อนง่าย แนะนำไม่ต้องทำบัตรเอทีเอ็มเอาไว้ จะใช้เมื่อไหร่ค่อยไปถอนที่ธนาคาร ความยุ่งยากในการฝากถอนนี้เองจะทำให้ลดความอยากให้การออกไปถอนเงิน 2.ตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง เอาชนะความอยากให้ได้ แม้ว่าสิ่งของต่างๆ ที่ขยันออกใหม่กันทุเดือน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเอย เสื้อผ้าเอย รองเท้าเอยที่ล่อตาล่อใจให้อยากจะเข้าไปซื้อ แต่ก็ต้องเอาชนะมันไปให้ได้ ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองเอาไว้ก่อน หากงดซื้องดช้อปจะมีเงินเหลือเท่านั้นเท่านี้ เพื่อเอาไว้ทำสิ่งที่ใหญ่กว่าหรือซื้อสินค้าที่มีชิ้นใหญ่กว่า หากคิดเช่นนี้ก็จะสามารถระงับความอยากเอาไว้ได้ 3. เงินโบนัสคือนิพพาน…

เรื่องอาหารการกินใครๆ ก็รู้ว่าสำคัญ เดี๋ยวนี้มีของอร่อยๆ รอให้ลิ้มชิมรสอีกเพียง ซึ่งบางคนก็ไม่รู้ตัวเลยว่าของอร่อยที่กินเข้าไปนั้นคิดรวมกันก็เป็นเงินเกือบหมื่นเลยทีเดียว จริงๆ แล้วนั้นคนเรากินเพื่ออยู่ โภชนาการอาหารครบถ้วนเป็นใช้ได้ หากลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการกินได้ล่ะก็ จะมีเงินเหลือเก็บอีกอื้อเลยล่ะ เอาไว้โอกาสพิเศษๆ ค่อยไปกินมื้อหนักๆ หรือมื้อที่ราคาแพงๆ ส่วนมื้อปกติที่กินทุกวันเราสามารถประหยัดลงอีกได้ วันนี้เราก็มี 3 เคล็ดลับดีๆ ในการประหยัดเงินค่ากินมาฝากกันสำหรับครอบครัวยุคใหม่ 1.ลองเป็นพ่อครัวแม่ครัวกันบ้างก็ดี เชื่อว่าปัจจุบันหลายบ้านเลยที่ฝากท้องไว้กับแกงถุงบ้าง อาหารตามสั่งบ้าง เพราะว่าสะดวกแยกกันกินได้ เพราะด้วยภาระหน้าที่หลายๆ อย่างทำให้หลายบ้านไม่ได้กินข้าวพร้อมกัน ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช้เหตุและสร้างความห่างเหินระหว่างครอบครัวอีกด้วย ลองแปลงร่างมาเป็นเชฟทำอาหารกินเองดีกว่า หากไม่ค่อยสะดวกก็เลือกมื้อเช้าหรือมื้อเย็นก็ได้ ทำกับข้าว หุงข้าวทานเอง ได้โภชนาการครบถ้วนแถมประหยัดกว่าซื้อกินอีกต่างหาก 2. เตรียมอาหารไปกินเอง ต่อยอดจากการทำอาหารกินเอง หากมื้อเย็นกับข้าวที่ทำเหลือก็ไม่ต้องทิ้ง เอาใส่ตู้เย็นแล้วนำมาอุ่นกินตอนเช้าพกไปทำงานได้ด้วย ประหยัดไปอีก หรือหากทำกับข้าวตอนเช้าก็สามารถใส่กล่องไปกินที่ทำงานได้ด้วย อรอ่ยถูกปากและถูกโภชนาการปลอดภัยกว่าซื้อกินเยอะเลย การซื้อวัตถุดิบมาตุนไว้เป็นรายอาทิตย์และทำกินเองนั้น ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องค่ากินได้มากอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว…

แต่ละคนนั้นมีภาระค่าใช้จ่ายต่างกันไป ซึ่งบางคนหนี้เยอะ บางคนชอบช้อปปิ้ง บางคนก็ชอบทาน ทำให้ในแต่ละเดือนนั้นเงินไม่ค่อยพอใช้จนไม่มีให้เหลือเก็บ ใครที่มีปัญหาเรื่องการบริหารเงินล่ะก็ วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากกันด้วย น่าจะช่วยให้การเงินของคุณดีขึ้นได้ 1. ใช้ชีวิตตามมาตรฐานเดิม เพราะคำว่า ‘ของมันต้องมี’ ทำให้หลายคนใช้จ่ายเกินตัว จริงๆ แล้วไม่ต้องมีทุกอย่างที่อยากได้ก็ได้ เน้นเฉพาะซื้อของที่จำเป็น ลองย้อนกลับไปดูสิว่า ชีวิตมาตรฐานเดิมๆ ของคุณเป็นอย่างไร อะไรไม่มีแล้วยังอยู่ได้บ้าง ก็ให้ใช้จ่ายแต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้การเงินกลับมาเป็นปกติ และยังมีเงินเหลือเก็บอีกด้วย 2. ลดมาตรฐานการใช้ชีวิตลง สำหรับบางคนที่หลงไปในสิ่งของต่างๆ อยากได้อยากมีจนเงินที่มีไม่บาลานซ์กับเงินที่เสียไป หากไม่อยากให้ชีวิตอยู่ยาก ก็ควรลดมาตรฐานการใช้ชีวิตลง อาจจะลดการซื้อของที่ไม่จำเป็น หรือหากพักอาศัยในพื้นที่ที่ค่าเช่าแพง ก็ลองหาพื้นที่อื่นที่สะดวกแต่ราคาย่อมเยากว่าก็จะช่วยได้ 3. ขายรถหรือย้ายไปอยู่ใกล้ที่ทำงาน สำหรับคนที่มีรถ และไม่ค่อยได้ใช้นั้นก็ลองตัดสินใจขายและไปอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานแทน ซึ่งเป็นการประหยัดเงินและประหยัดการเดินทางได้ สามารถนำเงินค่าบำรุงรถ…

เพราะการช้อปปิ้งเป็นการคลายเครียดในรูปแบบใหม่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ใครๆ ต่างก็อยากช้อปอยากซื้อ อันนั้นก็สวย อันนี้ก็ต้องมี อันโน้นก็ขาดไม่ได้ ไปๆ มาๆ เงินในกระเป๋าหมดไปอย่างไม่รู้ตัว บางคนเงินเดือนออกแค่วันแรกกระเป๋าก็แหกซะแล้ว จะให้งดซื้อก็ทำใจไม่ได้จริงๆ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีช้อปปิ้งแบบประหยัดเงินมาฝากกัน #ข้อแรก จัดลำดับว่าอะไรจำเป็นที่สุด เพราะว่าแต่ละคนนั้นมีความจำเป็นไม่เหมือนกัน ดังนั้นให้จัดลำดับความสำคัญก่อน ซื้อแต่ของที่จำเป็นต้องใช้ในลำดับแรกๆ ให้ลิสต์สิ่งที่สำคัญอย่างเช่นของใช้ประจำวัน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ก่อน ดูว่าเมื่อลิสต์แล้วเงินเหลือใช้จ่ายสิ่งฟุ่มเฟือยได้เท่าไหร่ การลิสต์ลำดับจะทำให้รู้ว่าอะไรควรซื้อก่อนซื้อหลัง หมดปัญหาเงินไม่พอใช้ ซึ่งบางครั้งหาว่าเดือนไหนเงินเหลือน้อยจริงๆ ก็ใช้ลดสเปกของใช้บางอย่างลงเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้มากขึ้น อาจจะซื้อของที่มีคุณภาพพอๆ กันแต่ราคาถูกกว่า อย่าไปยึดติดกับแบรนด์มากนัก #ข้อสอง คือ ออมเงินก่อนช้อปปิ้ง หากอยากช้อปอย่างสบายใจไร้กังวล ไม่ต้องกลัวกระเป๋าแหก แนะนำให้เก็บเงินออมเอาไว้ก่อน อย่างเช่นหักไปเพื่อเป็นเงินออม 10% ของเงินเดือน ทำแบบนี้ทุกเดือนนอกจากมีเงินช้อปแล้วยังทำให้มีเงินเก็บอีกด้วย…

เดี๋ยวนี้สาวๆ เก่งไม่แพ้ผู้ชายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ชีวิตหรือเรื่องการทำงาน ซึ่งบางคนนั้นทำงานเก่งกว่าผู้ชายซะอีก จนทำให้บางทีไม่ต้องมีผู้ชายก็อยู่ได้แบบไม่แคร์ แต่ทว่าเวลาไม่เคยหยุดเดิน ดังนั้นเราจึงอายุมากขึ้นทุกวันๆ คนสวยๆ แบบเราจึงต้องมีการวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้า ซึ่งการวางแผนเรื่องการเงินนอกจากการอดออมแล้ว ยังมีเรื่องการลงทุน ที่สามารถทำเงินให้ในระยะยาวได้ ลองมาดูกันว่าเราควรลงทุนประเภทไหนบ้างที่จะทำให้อยู่ได้สวยๆ เก๋ๆ แม้วันเกษียณก็ไม่เดือดร้อน 1.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก่อนหน้านี้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นแบ่งออกเป็น 2 นโยบาย 2กองทุน ซึ่งจะผสมสัดส่วนกันวุ่นวายมากในกรจัดการ ซึ่งแต่ละกองทุนก็มีเงื่อนไขเป็นของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน จึงเกิดปัญหายุ่งยากตามมา ภายหลังเลยพัฒนามาเป็น Master Fund เพื่อง่ายต่อการจัดการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นมีหลายนโยบาย สามารถเลือกได้ตามใจชอบโดยจะมีการเก็บข้อมูลแยกสินทรัพย์ที่ลงทุนไว้เป็นรายบุคคล ซึ่งสามารถกำหนดการลงทุนได้ด้วยตัวเองว่าอยากลงหุ้นกี่ % หรือลงตราสารหนี้กี่ % หรือการลงทุนในประเภทอื่นๆ ที่กำหนดก็สามารถลงได้ด้วยตัวเอง โดยหาข้อมูลดูว่าตนเองจะได้รับเงินจากกองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุน LTF RMF…

พนักงานเงินเดือนอย่างเราๆ หาเช้ากินค่ำหวังอยากจะรวยมีเงินเก็บนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย หากตั้งใจมีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งการเก็บออมเงินเป็นการทำให้รวยได้แบบยั่งยืนด้วยแต่ต้องอาศัยเวลาและความอดทนสักหน่อย ข้อดีของการออมเงินนั้นมีมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นการมีเงินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน หรือมีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณเมื่อทำงานไม่ไหว ก็ไม่เดือดร้อนใครเพราะมีเงินเก็บ ดังนั้นลองมาตั้งเป้าการออมเงินกันดีกว่า เคล็ดลับที่ 1 ตั้งโหมดการออมอัตโนมัติ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ ให้ตัดใจหักดิบด้วยการหักเงินเข้าบัญชีเงินออมอัตโนมัติ ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้คุณใช้จ่ายอย่างประหยัดมากขึ้น ระมัดระวังการจับจ่ายมากขึ้นด้วย เพียงแค่ตั้งค่าให้โอนเงินจากบัญชีเงินเดือน เข้าบัญชีเงินฝากอัตโนมัติทุกเดือนตามที่ตั้งเอาไว้ ข้อควรระวังคืออย่าตั้งจำนวนเงินมากเกินไป เพราะจะทำให้ใช้จ่ายไม่พอ ให้ตั้งเอาไว้ 10% ของเงินเดือนจะดีที่สุด เพราะจะไม่กดดันการใช้ชีวิตจนเกินไป เคล็ดลับที่ 2 วางแผนการกิน จริงๆ แล้วเรื่องการกินนี่แหละ ทำให้หลายคนใช้เงินไม่ถึงเดือนมาหลายคนแล้ว อาจมองเป็นเรื่องเล็กๆ แต่จริงๆ ไม่เล็กเลย ลองคิดดูสิว่าหากออกไปสังสรรค์ทุกวัน สักครึ่งเดือน เงินจะเหลือใช้เท่าไหร่ ดังนั้นควรวางแผนเรื่องการกิน ตัดสิ่งที่ฟุ่มเฟือยออกไป หากทำกับข้าวทานเองจะดีมากเพราะจะคุมค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด การทำอาหารเองไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย…

Back to top